Showing posts with label บริหารการเงิน การเงิน วัยรุ่น วัยทีน. Show all posts
Showing posts with label บริหารการเงิน การเงิน วัยรุ่น วัยทีน. Show all posts

Wednesday, November 6, 2013

พูดถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ......เสริมนิสัยการอด...ช่วยสร้างนิสัยการออมได้จริงหรือ?


เสริมนิสัยการอด...ช่วยสร้างนิสัยการออมได้จริงหรือ?

เขียนโดย น.ส. ปาริชาติ แสงทอง ผู้ช่วยที่ปรึกษา โปรแกรมการพัฒนาเศรษฐกิจ ธุรกิจ และผู้ประกอบการ และ

นายณรงค์ บุญจงรักษ์ นักศึกษาฝึกงาน

แรกเริ่มเดิมที... นิสัย “ใช้ก่อนคิด”

ขอย้อนเวลากลับไปเมื่อครั้งที่ผมเรียนมหาวิทยาลัย ผมจะได้เงินจากทางบ้านมาเป็นรายอาทิตย์ ซึ่งผมต้องบริหารจัดการเอง แต่ด้วยนิสัยชอบใช้เงินไปวันๆ ไม่มีการวางแผนการใช้เงิน อยากได้อะไรก็ต้องได้ เป็นการใช้เงินที่ได้มาด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผลอยู่เสมอ และเพราะผมคิดว่ายังเรียนอยู่และมีที่บ้านให้การช่วยเหลือ ทำให้การบริหารจัดการเงินรายอาทิตย์ที่ได้มาของผมนั้นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าใดนัก หรือกล่าวง่ายๆ ก็คือ “ติดลบทุกอาทิตย์! แต่ก่อนผมมีวิธีการแก้ไขปัญหาเงินติดลบทุกอาทิตย์ของผมอยู่ 2 วิธี คือ หนึ่ง-ขอที่บ้านเพิ่ม ซึ่งโดยมากจะตามมาด้วยเสียงบ่น แต่สุดท้ายก็ให้ตามที่ผมขอ และวิธีที่สอง-ยืมเพื่อน โดยผมจะเป็นคนกำหนดเองว่าจะคืนเมื่อไหร่ แต่ผมต้องรักษาคำพูดให้ได้เนื่องจากถ้าผมไม่สามารถทำได้จะสร้างความลำบากในการยืมเพื่อนครั้งต่อไป อันจะเห็นได้ว่าชีวิตช่วงนั้นของผมเป็นวัฏจักรการใช้ชีวิตอยู่บนความอยากได้และตามมาด้วยการเป็นหนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนั้น แต่มันก็ผ่านไปได้ทุกเดือนโดยที่ผมไม่ได้คิดอะไร...

งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข

วิกฤติการเงินเริ่มเข้ามาในชีวิตผม เมื่อครอบครัวของผมต้องสูญเสียบิดาอันเป็นที่รักไป ทำให้รายได้หลักที่เคยมาจากครอบครัวต้องลดลง ของที่เคยมีต้องเริ่มนำออกไปขายเพื่อเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินเพื่อใช้จ่ายภายในครอบครัว ครั้งนั้นเองที่ทำให้ผมเรียนรู้ที่จะ “สร้างนิสัยการอด” เพราะตอนนั้นผมเริ่มมองเห็นอนาคตของตนเองแล้วว่า หากไม่รู้จักอดในสิ่งที่อยากได้และยังคงใช้ชีวิตเรื่องการเงินโดยไม่คิดอย่างที่ผ่านมา ผมคงไม่มีเงินส่งตนเองเรียนจนจบได้อย่างแน่นอน ผมจึงเริ่มสร้างนิสัยใหม่ๆ ให้กับตนเอง อันมีหลักง่ายๆ คือ อดของที่ไม่จำเป็น และหางานทำเพื่อเพิ่มรายได้ เนื่องจากตอนนั้นผมเรียนอยู่ภาคสมทบเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ ดังนั้นวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ผมจึงหางาน part-time ทำเพื่อหาเงินเพิ่ม ผมเลือกทำงานที่ผมชอบและถนัดนั่นคือการร้องเพลง ผมเริ่มเดินสายรับจ้างร้องเพลงตามร้านอาหารเล็กๆ ตอนกลางคืน...

เตือนสติตัวเองด้วยการจด จด จด

การพยายามดัดนิสัยการใช้เงินของผมนั้น แรกๆ ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าใดนัก ผมยังคงใช้เงินเดือนชนเดือนอยู่ เนื่องจากยังคงติดนิสัยการใช้จ่ายแบบไม่ค่อยคิดและที่สำคัญลืมครับ! ว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้างในแต่ละวัน จึงเริ่มคิดได้ว่า ในเมื่อสมองที่มีความจำแบบปลาทองอย่างผม.. คงต้องเริ่มจดบันทึกบัญชีกันบ้างแล้วเริ่มจากเมื่อได้เงินมา ผมจะจดบันทึกในสมุดเล่มเล็กๆ ไว้ว่าผมได้เงินมาเท่าไหร่ และผมใช้จ่ายอะไรไปบ้างในแต่ละวัน เชื่อมั้ยครับว่า นอกจากมันทำให้ผมไม่ลืมแล้วว่าผมใช้อะไรไปบ้างในแต่ละวัน มันยังทำให้ผมทราบว่าผมใช้จ่ายส่วนใหญ่ไปกับอะไรบ้าง ดังนั้นผมจึงเริ่มที่จะปรับลดค่าใช้จ่ายที่แสนจะไร้สาระเหล่านั้นลงทีละเล็กทีละน้อย...

การอดสร้างการออม

                ผลของการอดในสิ่งที่ผมอยากได้และไม่จำเป็นนั้นเริ่มสัมฤทธิ์ผล เมื่อผมเริ่มที่จะแบ่งเงินที่ผมต้องใช้ออกเป็นส่วนๆ หรือกล่าวง่ายๆ ก็คือมีการวางแผนการใช้เงินครับ เมื่อผมได้เงินเดือนจากการร้องเพลงมา ผมจะนำเงินไปออมโดยวิธีฝากธนาคารเพื่อเก็บไว้เป็นค่าเทอมประมาณร้อยละ 30 ของเงินที่ผมได้มา จากนั้นอีกร้อยละ 70 ที่เหลือผมจะนำไปใช้จ่ายโดยแยกประเภทค่าใช้จ่ายออกเป็นส่วนๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทางไปทำงานและไปเรียน ค่าของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น เป็นต้น เมื่อมีเงินเหลือจากการใช้จ่ายก็จะนำไปหยอดกระปุก เมื่อกระปุกเต็มแล้วก็จะนำไปฝากธนาคาร ดังนั้น การเสริมนิสัยการอด และสร้างนิสัยการออมให้กับตนเองของผม ทำให้ในที่สุดแล้ว.. ผมสามารถเรียนปริญญาตรีจนจบได้ด้วยเงินซึ่งอดและออมอย่างอดทนมาด้วยตนเอง

Monday, June 10, 2013

พูดถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ....“เงิน เงิน เงิน ของสาววัยทีน”






“เงิน เงิน เงิน ของสาววัยทีน”




เขียนโดย น.ส. ศรีไพร ศรีพนมวรรณ
นักศึกษาฝึกงานภายใต้โครงการซิตี้-ครูไทยพอเพียง 



เด็กผู้หญิงเมื่อเริ่มโตเป็นสาววัยทีน ย่อมต้องรักความสวยความงามเป็นชีวิตจิตใจเป็นเรื่องธรรมดา  นอกจากจะเป็นไปตามวัยแล้ว เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะสาวๆ สามารถนำความสดใสและน่ารักมาต่อยอด เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง โดยผ่านงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา หรือเป็นสาวพริ้ตตี้ตามงานแสดงสินค้าต่างๆ  ซึ่งเด็กสาววัยทีนนี้ล้วนมีความเป็นเอกลักษณ์และมีเสน่ห์ดึงดูด หากแต่ในบางครั้งมีการใช้จ่ายมากเกินไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็นต่างๆ
 
  •          ใช้เงินแบบไม่รู้จักคุณค่าของเงิน
เด็กสาววัยทีนมักจะชอบไปช้อปปิ้ง เลือกซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ นาฬิกา รองเท้า ยี่ห้อ            แบรนด์เนมตามแฟชั่น หรือไปดูภาพยนตร์เรื่องดังกับเพื่อนๆ จนลืมคิดไปว่า.. เงินที่กำลังใช้จ่ายไปนั้นได้มาจากรายได้ของผู้ปกครองที่ส่งมาให้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน  โดยไม่คำนึงถึงผู้ปกครองเลยว่า ท่านจะต้องทำงานหนักมากแค่ไหนที่ต้องหาเงินมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกซึ่งไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับลูกๆ เองนั้น ก็ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำไปว่า ตนเองกำลังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองมากขึ้นไปอีก
 
  •         วัยทีนก็อินเทรนด์แบบประหยัดได้
เทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้สาวๆ วัยทีน มีเงินเก็บออมมากขึ้น สามารถทำได้โดย:
 
1. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง เช่น ค่าตั๋วภาพยนตร์ ค่าทำผม ค่าทำเล็บ ค่าขนม ค่าเครื่อง    สำอางค์ ค่าหนังสือการ์ตูน ค่าโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด เป็นต้น ทั้งนี้ ตัวผู้เขียนเองก็เป็นเด็กสาววัยทีนคนหนึ่ง ปัจจุบันอาศัยอยู่หอพักใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัย จึงขอฝากเทคนิคส่วนตั๊วส่วนตัวในการลดค่าใช้จ่าย ดังนี้:

     -ลดมื้ออาหารพิเศษตามห้างสรรพสินค้าลง หันมาทานอาหารที่มีคุณภาพแต่ราคาประหยัดแทน เช่น ร้านอาหารตามสั่ง หรือการซื้ออาหารมาทำทานเองที่หอพัก ประหยัดได้อาทิตย์ละ 200 บาท
 
     -ลดการดื่มน้ำอัดลมระหว่างมื้ออาหาร จากเดิมต้องทานน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่าทุกมื้ออาหาร แต่ปัจจุบันจะแทนเฉพาะบางวันที่ร้อนและเหนื่อยมากจริงๆ ทำให้ประหยัดไปได้อาทิตย์ละ 70 บาท
 
    -ลดกิจกรรมในการสังสรรค์กับเพื่อนๆ ในยามว่าง เช่น การดูภาพยนตร์ และปาร์ตี้กับหมู่แก็งค์ ทำให้ประหยัดไปได้ถึงอาทิตย์ละ 300 บาท
 
    -ลดการช้อปปิ้งซื้อกระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอางค์ลง โดยจะรอให้หมดหรือพังจริงๆ ก่อนค่อยซื้อ พอกันทีสำหรับการตามกระแสแฟชั่น เปลืองเงินโดยใช่เหตุ ทำให้มีเงินออมมากขึ้นอีก 300 บาทต่ออาทิตย์
 
    -ลดการซักผ้าที่ใช้เครื่องซักทุกอาทิตย์ หันมาซักด้วยตนเองเพื่อที่จะลดค่าใช้จ่ายลงไปอีกประมาณ 100 บาทต่ออาทิตย์
 
    -นั่งรถเมล์ไปเรียน จากเดิมเคยนั่งรถแอร์ราคา 12 บาทตลอดสาย ไม่เคยนั่งรถพัดลมเลย จึงเปลี่ยนใหม่โดยนั่งรถแอร์ 2 วัน รถพัดลมอีก 3 วัน ทำให้มีเงินเหลือหยอดกระปุกอีกวันละ 8 บาท หรือ 40 บาทต่ออาทิตย์

2.  เพิ่มรายได้ สาววัยทีน ย่อมมีเวลาว่างหลังเลิกเรียน หรือปิดเทอมค่อนข้างมาก ดังนั้น ทำไมเราจึงไม่ลองหางานพิเศษทำเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตนเองกันล่ะ เทคนิคการเพิ่มรายได้เริ่มจาก:
 
     -ค้นหาว่าตนเองชอบทำอะไร หรือมีความถนัดพิเศษในเรื่องใด แล้วจึงรับจ้างทำงานพิเศษเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ เช่น พิมพ์ดีดเร็ว จึงรับจ้างพิมพ์รายงานจากเพื่อนหรืออาจารย์ ร้องเพลงเพราะ จึงไปรับจ้างร้องเพลงตามร้านอาหาร วาดรูปหรือถ่ายรูปเก่ง ก็รับงานวาดรูป หรือถ่ายรูป ตามแต่ความถนัดของตนได้
 
     -หากยังค้นหาตนเองไม่เจอ ว่าตนเองถนัดอะไร ชอบงานประเภทไหน ก็สามารถหางานพิเศษตามร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ หรือห้างสรรพสินค้า ตามตำแหน่งที่เค้าเปิดรับสมัครนักศึกษาทำงาน Part-time เช่น พนักงานเสิร์ฟ พนักงานขายตั๋วภาพยนตร์ พนักงานผู้ช่วยตามห้างสรรพสินค้า  เป็นต้น สำหรับตัวผู้เขียนเองนั้นจัดอยู่ในข้อนี้ กล่าวคือ ไม่มีเรื่องใดที่ถนัดเป็นพิเศษ จึงต้องทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านเนื้อย่างเกาหลีใกล้มหาวิทยาลัย ได้ค่าตอบแทนวันละ 150 บาท โดยเริ่มงานเวลาประมาณ 18.00 น. เลิกงานประมาณ 22.30 น. ของทุกวัน ทำให้มีเงินออมเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วประมาณเดือนละ 3,800 บาทต่อเดือน


เทคนิคของผู้เขียนเกี่ยวกับการลดค่าใช้จ่ายและการเพิ่มรายได้ตามข้างต้นนั้น สามารถทำให้มีเงินออมมากขึ้นไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของผู้เขียนว่า.. จะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนของตนเองให้ได้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้อีกทางหนึ่ง สุดท้ายนี้ ผู้เขียนขอฝากแง่คิดทิ้งท้ายเอาไว้ว่า  สาววัยทีนควรใช้ สติมากกว่าใช้ สตางค์ในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งการฝึกนิสัยยับยั้งชั่งใจในการไม่ซื้อของตามใจชอบของตัวเองให้ได้มากขึ้นเท่าใด ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในกระเป๋าได้มากขึ้นเท่านั้น  และย่อมมีโอกาสที่จะสามารถเก็บเงินออมได้สักก้อนเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในอนาคตได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย